ฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ คุณสมบัติในการอุ้มน้ำและเพิ่มปริมาตรให้กับชั้นผิว

เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลง เช่น กระดูกตอบตัวลง หรือคอลลาเจนลดน้อยลง การใช้ฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วย

เติมเต็มร่องลึก

เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา หรือขมับที่ตอบให้ดูเต็มขึ้น

ปรับโครงสร้างใบหน้า

ช่วยปรับมิติบริเวณคาง โหนกแก้ม หรือริมฝีปากให้ได้รูปทรงที่เหมาะสม

ฟื้นฟูคุณภาพผิว

ช่วยให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ทำไมต้องฉีดกับหมอเบสต์?

ที่ Doctor Bezt Clinic?

การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่แค่การเติมยาให้เต็ม แต่คือ “งานศิลปะบนใบหน้า” ที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์การแพทย์และความประณีต นี่คือเหตุผลที่คนไข้มอบความไว้วางใจให้คุณหมอเบสต์ดูแล:

1. ประสบการณ์ยาวนานกว่า 12 ปี
นพ.ธนากร ไพบูลย์พูนพิพัฒน์ (หมอเบสต์) มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้ามาอย่างยาวนาน ผ่านเคสที่หลากหลาย ทำให้มีความเข้าใจในโครงสร้างกายวิภาคบนใบหน้า (Anatomy) อย่างลึกซึ้ง ลดความเสี่ยงในการฉีดโดนเส้นเลือดและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

2. การวิเคราะห์แบบ Case by Case
เพราะใบหน้าของทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณหมอเบสต์จึงให้ความสำคัญกับการ “ปรึกษาเองทุกเคส” โดยจะประเมินโครงหน้าและปัญหาอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการรักษาที่ตรงจุด ไม่เน้นการอัดปริมาณยามากเกินไป แต่เน้นความลงตัวและดูเป็นธรรมชาติที่สุด

3. เทคนิคเฉพาะทาง “งานประณีตและงานแก้”
คุณหมอเบสต์มีความชำนาญพิเศษใน “งานแก้ฟิลเลอร์” สำหรับเคสที่เคยฉีดมาจากที่อื่นแล้วเป็นก้อน ไม่เรียบเนียน หรือผิดรูปทรง โดยใช้เทคนิคที่ละเอียดอ่อนเพื่อปรับแต่งให้ใบหน้ากลับมาสมดุลและมั่นใจอีกครั้ง

4. มั่นใจในมาตรฐาน “ยาแท้ตรวจสอบได้”
ที่ Doctor Bezt Clinic เราใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่เป็นยาแท้ ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คนไข้สามารถตรวจสอบ Serial Number หรือสแกนเช็กกับบริษัทผู้นำเข้าได้ทุกกล่องก่อนเริ่มรับบริการ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมากับใครบ้าง?

ผู้ที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึก
หรือเบ้าตาลึก

ผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำ คล้ำ
(Dark Circles)

ผู้ที่มีถุงใต้ตาเล็กน้อย
(Mild Eye Bags)

ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และรวดเร็ว

ระยะเวลาของผล

โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) จะคงอยู่ได้ประมาณ 6 – 18 เดือน

“เพื่อให้ผลลัพธ์ดูดีและเป็นธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
หมอแนะนำให้คนไข้เข้ามาประเมินรูปหน้าอีกครั้งเมื่อเริ่มรู้สึกว่าความเต่งตึงลดลง

(ประมาณเดือนที่ 8-10) เพื่อทำการเติมหรือปรับแต่งเพียงเล็กน้อย แทนการปล่อยให้สลายไปทั้งหมด

ซึ่งจะช่วยรักษาโครงหน้าให้ดูสดใสได้ยาวนานขึ้นครับ”

ตารางเปรียบเทียบยี่ห้อฟิลเลอร์ (Restylane vs Juvederm)
แต่ละรุ่นเหมาะกับส่วนไหนของหน้า

ตารางราคาและยี่ห้อฟิลเลอร์

เทคนิคเฉพาะของคุณหมอเบสต์

งานแก้ฟิลเลอร์ที่เป็นก้อน/ไม่เรียบเนียน ด้วยเทคนิคเฉพาะ

การใช้เข็มปลายทู่ หรือการวิเคราะห์โครงหน้า Case by Case

Allergy Glow Booster
ฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย
ลดใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้

ผิวฟู รูขุมขนดูกระชับ หน้าฉ่ำชุ่มชื้น
ด้วยเทคนิคเฉพาะ คุณหมอเบสต์

หลายคนพักผ่อนพอแล้ว
แต่ใต้ตายังดูโทรม เหมือนนอนไม่พอเสมอ

การดูแลที่ถูกตำแหน่ง ช่วยให้ภาพรวมใบหน้า
ดูละมุน สดใสขึ้น โดยยังคงความเป็นตัวเองไว้

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น
ไขมันและคอลลาเจนบริเวณใต้ตาลดลง
ทำให้เกิดเงาและร่องลึกชัดขึ้น

หมอเบสต์เน้น “เติมเท่าที่จำเป็น”
เพื่อปรับสมดุลใบหน้า ไม่ให้ดูบวม หรือหนักเกินไป

บางเคสเคยทำมาก่อน
บางเคสโครงสร้างซับซ้อน ฟิลเลอร์เป็นก้อน

การแก้ไขต้องอาศัยประสบการณ์
และการประเมินอย่างละเอียดทุกเคส
ดูแลโดยหมอเบสต์เท่านั้น

ใต้ตาคล้ำอาจไม่ใช่แค่นอนดึก
หลายเคสมีภูมิแพ้ร่วมกับร่องลึกและถุงใต้ตา

หมอเบสต์ประเมินรายเคส
เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสดใสและเป็นธรรมชาติ

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม?
  • ระดับความเจ็บ: อยู่ในระดับ “ปานกลาง” (2/5) ส่วนใหญ่จะรู้สึก “ตึง หน่วง และเสียว” มากกว่าเจ็บจี๊ด เพราะเป็นบริเวณใกล้ตา

  • ตัวช่วยลดเจ็บ: * ยาชา: มีทั้งแบบทาก่อนทำ และมียาชาผสมในเนื้อฟิลเลอร์ (ฉีดปุ๊บ ชาปั๊บ)

  • เข็มปลายทู่ (Cannula): ช่วยลดการจิ้มหลายจุด ลดอาการบวมเขียว และไม่เจ็บเท่าเข็มแหลม

  • ระยะเวลา: ใช้เวลาฉีดจริงประมาณ 15 – 30 นาที (ไม่รวมรอเตรียมผิว)

  • หลังทำ: อาจมีอาการบวมเล็กน้อยเหมือนคนนอนไม่พอ หรือรอยเข็มเล็กๆ ซึ่งจะหายเองใน 2-3 วัน

  • เห็นผลทันที: หลังฉีดเสร็จส่องกระจกจะเห็นเลยว่าร่องใต้ตาดูเต็มขึ้น รอยคล้ำจางลงประมาณ 70-80%

  • ช่วงพักฟื้น (1-7 วัน): อาจมีอาการบวมจากตัวยาหรือรอยเข็มเล็กน้อย (ทำให้ดูตึงกว่าปกติ หรือดูบวมๆ ในช่วง 2-3 วันแรก)

  • เห็นผลชัดเจนที่สุด (14 วัน): ฟิลเลอร์จะเริ่ม “เซตตัว” กลืนไปกับผิวจริง ความบวมยุบลงหมดแล้ว ผลลัพธ์ช่วงนี้จะดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

คำตอบคือ “สลายเองได้จริงครับ” แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเช็กให้ชัวร์ ดังนี้ครับ:

1. ต้องเป็น “ฟิลเลอร์แท้” (HA) เท่านั้น

ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) คือชนิดเดียวที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้เอง 100% ด้วยเอนไซม์ตามธรรมชาติในร่างกาย (Hyaluronidase)

  • ระยะเวลาสลาย: โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นที่ใช้ และการใช้ชีวิต (เช่น ถ้าชอบซาวน่าหรือดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ฟิลเลอร์อาจสลายไวขึ้น)

2. ถ้าสลายไม่หมด… แปลว่าเป็นอย่างอื่น!

หากฉีดมาหลายปีแล้วยังเป็นก้อนแข็ง หรือลูบแล้วไม่ยุบลงเลย อาจเกิดจาก:

  • ฟิลเลอร์ปลอม/ซิลิโคนเหลว: พวกนี้ “ไม่สลายเอง” และร่างกายจะสร้างพังผืดมาหุ้มไว้ ทำให้เป็นก้อน ย้อย หรืออักเสบในอนาคต (ต้องขูดออกหรือผ่าตัดเท่านั้น)

  • ฟิลเลอร์กึ่งถาวร: บางชนิดอยู่ได้ 3-5 ปี แต่อาจสลายไม่หมดจด 100%

3. “ยาฉีดสลาย” ตัวช่วยเร่งด่วน

ถ้าฉีดมาแล้วไม่พอใจ เป็นก้อน หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์แท้สามารถฉีดสลายได้ทันที ครับ

  • คุณหมอจะใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ฉีดเข้าไป

  • ฟิลเลอร์จะละลายกลายเป็นน้ำและถูกขับออกทางระบบน้ำเหลือง เห็นผลภายใน 24-48 ชั่วโมง เลยครับ