ฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ คุณสมบัติในการอุ้มน้ำและเพิ่มปริมาตรให้กับชั้นผิว

เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลง เช่น กระดูกตอบตัวลง หรือคอลลาเจนลดน้อยลง การใช้ฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วย

เติมเต็มร่องลึก

เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา หรือขมับที่ตอบให้ดูเต็มขึ้น

ปรับโครงสร้างใบหน้า

ช่วยปรับมิติบริเวณคาง โหนกแก้ม หรือริมฝีปากให้ได้รูปทรงที่เหมาะสม

ฟื้นฟูคุณภาพผิว

ช่วยให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมากับใครบ้าง?

ผู้ที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึก
หรือเบ้าตาลึก

ผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำ คล้ำ
(Dark Circles)

ผู้ที่มีถุงใต้ตาเล็กน้อย
(Mild Eye Bags)

ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และรวดเร็ว

ระยะเวลาของผล

โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) จะคงอยู่ได้ประมาณ 6 – 18 เดือน

“เพื่อให้ผลลัพธ์ดูดีและเป็นธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
หมอแนะนำให้คนไข้เข้ามาประเมินรูปหน้าอีกครั้งเมื่อเริ่มรู้สึกว่าความเต่งตึงลดลง

(ประมาณเดือนที่ 8-10) เพื่อทำการเติมหรือปรับแต่งเพียงเล็กน้อย แทนการปล่อยให้สลายไปทั้งหมด

ซึ่งจะช่วยรักษาโครงหน้าให้ดูสดใสได้ยาวนานขึ้นครับ”

ตารางเปรียบเทียบยี่ห้อฟิลเลอร์ (Restylane vs Juvederm)
แต่ละรุ่นเหมาะกับส่วนไหนของหน้า

ตารางราคาและยี่ห้อฟิลเลอร์

เทคนิคเฉพาะของคุณหมอเบสต์

งานแก้ฟิลเลอร์ที่เป็นก้อน/ไม่เรียบเนียน ด้วยเทคนิคเฉพาะ

การใช้เข็มปลายทู่ หรือการวิเคราะห์โครงหน้า Case by Case

Allergy Glow Booster
ฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย
ลดใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้

ผิวฟู รูขุมขนดูกระชับ หน้าฉ่ำชุ่มชื้น
ด้วยเทคนิคเฉพาะ คุณหมอเบสต์

หลายคนพักผ่อนพอแล้ว
แต่ใต้ตายังดูโทรม เหมือนนอนไม่พอเสมอ

การดูแลที่ถูกตำแหน่ง ช่วยให้ภาพรวมใบหน้า
ดูละมุน สดใสขึ้น โดยยังคงความเป็นตัวเองไว้

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น
ไขมันและคอลลาเจนบริเวณใต้ตาลดลง
ทำให้เกิดเงาและร่องลึกชัดขึ้น

หมอเบสต์เน้น “เติมเท่าที่จำเป็น”
เพื่อปรับสมดุลใบหน้า ไม่ให้ดูบวม หรือหนักเกินไป

บางเคสเคยทำมาก่อน
บางเคสโครงสร้างซับซ้อน ฟิลเลอร์เป็นก้อน

การแก้ไขต้องอาศัยประสบการณ์
และการประเมินอย่างละเอียดทุกเคส
ดูแลโดยหมอเบสต์เท่านั้น

ใต้ตาคล้ำอาจไม่ใช่แค่นอนดึก
หลายเคสมีภูมิแพ้ร่วมกับร่องลึกและถุงใต้ตา

หมอเบสต์ประเมินรายเคส
เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสดใสและเป็นธรรมชาติ

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม?
  • ระดับความเจ็บ: อยู่ในระดับ “ปานกลาง” (2/5) ส่วนใหญ่จะรู้สึก “ตึง หน่วง และเสียว” มากกว่าเจ็บจี๊ด เพราะเป็นบริเวณใกล้ตา

  • ตัวช่วยลดเจ็บ: * ยาชา: มีทั้งแบบทาก่อนทำ และมียาชาผสมในเนื้อฟิลเลอร์ (ฉีดปุ๊บ ชาปั๊บ)

  • เข็มปลายทู่ (Cannula): ช่วยลดการจิ้มหลายจุด ลดอาการบวมเขียว และไม่เจ็บเท่าเข็มแหลม

  • ระยะเวลา: ใช้เวลาฉีดจริงประมาณ 15 – 30 นาที (ไม่รวมรอเตรียมผิว)

  • หลังทำ: อาจมีอาการบวมเล็กน้อยเหมือนคนนอนไม่พอ หรือรอยเข็มเล็กๆ ซึ่งจะหายเองใน 2-3 วัน

  • อาจเห็นการเปลี่นแปลงหลังทำ :หลังฉีดเสร็จส่องกระจกจะเห็นเลยว่าร่องใต้ตาดูเต็มขึ้นร่องตาและความหมองคล้ำอาจจะดูดีขึ้น ในบางราย
  • ช่วงพักฟื้น (1-7 วัน): อาจมีอาการบวมจากตัวยาหรือรอยเข็มเล็กน้อย (ทำให้ดูตึงกว่าปกติ หรือดูบวมๆ ในช่วง 2-3 วันแรก)

  • เห็นผลชัดเจนที่สุด (14 วัน): ฟิลเลอร์จะเริ่ม “เซตตัว” กลืนไปกับผิวจริง ความบวมยุบลงหมดแล้ว ผลลัพธ์ช่วงนี้จะดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ